วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประวัติเขาอกทะลุ จ.พัทลุง

 เขาอกทะลุเป็นภูเขาหินปูนวางตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้   ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ  ๒๔๕เมตร ยาวประมาณ  ๒กิโลเมตร ส่วนกว้างที่สุดประมาณ  ๑กิโลเมตรบนภูเขาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาชนิด   พื้นที่เชิงเขามีประชาชนอยู่อาศัยและใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือมีลำคลองไหลผ่าน เรียกว่า  คลองโรงตรวน  ไหลไปทางทิศตะวันออกผ่านบ้านม่วง   บ้านควนสมาไปรวมกับคลองอื่นๆ ที่บ้านห้วยควน เรียกว่า  คลองลำปำ ไหลออกทะเลสาบสงขลาที่บ้านลำปำ  อำเภอเมืองพัทลุง  ด้านใต้ของภูเขา  มีคลองตำนานไหลผ่านเขาอกทะลุ  บ้านทุ่งไหม้ บ้านควนมะพร้าว  บ้านควนแร่   ไปรวมกับคลองที่บ้านหัวควน  เส้นทางเหล่านี้อดีตเชื่อว่าเป็นทางคมนาคมของชุมชนโบราณหลายแหล่ง  เช่น  ชุมชนบ้านม่วง ชุมชนบ้านควนมะพร้าวหรือชุมชนบ้านพญาขัน ชุมชนบ้านควนแร่   ชุมชนบ้านควนสารและชุมชนบ้านลำปำ  เป็นต้น

 
เขาอกทะลุ  เป็นเขาที่มีความสำคัญของจังหวัดพัทลุง   ในฐานะเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเจ้าแม่ดุดี  เจ้าแห่งเขาอกทะลุ   ชาวเมืองพัทลุงเชื่อถือเปรียบเสมือนเสาหลักเมืองพัทลุง  ด้วยเหตุนี้ทางราชการจึงเอาภาพเขาอกทะลุและเจดีย์บนยอดเขาทำเป็นตราสัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง  เขาอกทะลุยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของจังหวัด  ภายในถ้ำต่างๆ บนเขามีการค้นพบพระพิมพ์ดินดิบศิลปะสมัยศรีวิชัย  (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓) จำนวนมาก  แสดงให้เห็นว่าบริเวณพื้นที่เขาอกทะลุเคยเป็นที่ประกอบกิจกรรมของผู้คนหรือนักบวชภิกษุสงฆ์ในอดีต  จึงได้มีการทิ้งร่องรอยศิลปวัตถุไว้เป็นหลักฐาน
 สำหรับตำนานของภูเขาลูกนี้มีอเรื่องเล่าว่า นานมาแล้วมีครอบครัวหนึ่งสามีชื่อนายเมืองเป็นพ่อค้าช้าง มีภรรยาสองคนภรรยาหลวงชื่อนางสินลาลุดี หรือนางดุดี ภรรยาน้อยชื่อนางบุปผาแต่มักทะเลาะตบตีกันเสมอ นายเมืองมีลูกสาวเกิดจากภรรยาหลวงคนหนึ่งชื่อนางยี่สุ่นชื่นชอบการค้าขาย ส่วนภรรยาน้อยมีลูกชายชื่อนายซังกั้ง มีนิสัยเกเร วันหนึ่งนายเมืองเดินทางไปค้าขายช้างต่างถิ่น ลูกสาวออกเรือสำเภาไปเมืองจีน ส่วนลูกชายท่องเที่ยวสนุกกับเพื่อน ทั้งสามไม่ได้กลับบ้าน มีเพียงภรรยาหลวงนั่งทอผ้าอยู่ใต้ถุนบ้าน และภรรยาน้อยกำลังตำข้าว ไม่นานทั้งสองเกิดมีปากเสียง ภรรยาหลวงใช้กระสวยทอผ้าพาดไปที่ศีรษะของภรรยาน้อย ทำให้แผลแตกเลือดไหลโกรก ภรรยาน้อยไม่ปราณีใช้สากตำข้าวแทงและกระทุ้งตรงทรวงอกของภรรยาหลวงจนทะลุ ในที่สุดทั้งสองก็ถึงแก่ความตาย กลายสภาเป็นภูเขา ภรรยาน้อยกลายเป็นเขาหัวแตก ส่วนภรรยาหลวงกลายเป็นเขาอกทะลุนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ต่อมาเมื่อนายเมืองเดินทางกลับมาทราบข่าวการตายของภรรยาทั้งสอง ก็ตรอมใจตายกลายเป็นเขาเมือง (เขาชัยบุรี) ซึ่งมีลักษณะคล้ายช้างหมอบ จากนั้นไม่นายนางยี่สุ่นก็เดินทางกลับมาถึงได้ทราบข่าวการตายของบิดามารดาก็ตรอมใจตายเช่นกันแล้วได้กลายเป็น เขาชัยสน ซึ่งมีลักษณะคล้ายเรือสำเภา ในท้องที่อำเภอเขาชัยสน ส่วนนายซังกั้งเดินทางกลับมาช้าทีสุดก็ได้ทราบข่าวการตายของคนในครอบครัวก็ตรอมใจตายกลายเป็นเขากัง


และมีตำนานที่เกี่ยวกับเขาลูกนี้อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า ในอดีตนานมาแล้วทางฟากฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลาไม่มีภูเขาชาวท้องถิ่นในละแวกนั้นต้องการให้มีภูเขาเพื่อเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด จึงพร้อมกันว่าจ้างนายแรงผู้มีพลังมหาศาลให้หาบเขาจำนวน ๑๐๐ลูก มาเรียงติดต่อกันเป็นลูกเดียวโดยไปหาบมาจากทวีปอุดร นายแรงรับตกลง ไปหาบเขาจากทวีปอุดรครั้งละ ๒ลูกมาวางต่อเรียงกันเข้า หาบได้ ๔๙หาบ ได้เขา ๙๘ลูก เผอิญหาบสุดท้ายคือหาบที่ ๕๐คานหาบหักสะบั้นลงทำเอานายแรงเสียหลัก คุกเข่าลงบนพื้นดินอย่างแรงทำให้พื้นดินตรงนั้น กลายเป็นหนองลึก ชาวบ้านเรียกว่า “หนองนายแรง” มีกุ้งปลาชุกชุม เขา ๒ลูกที่หาบมานั้นก็กระเด็นไปไกลลูกแรกที่ไปตกทางทิศตะวันออก เรียกว่า เขารัดปูน ลูกที่สองไปตกทางทิศตะวันตก เรียกว่าเขาใน ส่วนเขา ๙๘ลูก ที่วางเรียงติดกันไว้แล้วนั้นคือเกาะใหญ่นั่นเอง (เขารัดปูน เขาในเกาะใหญ่ อยู่ในเขตอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา)
และการที่คานหาบหักสะบั้นในเที่ยวสุดท้ายทำให้นายแรงเกิดโมโหสุดขีด จับไม้คานข้างหนึ่ง พุ่งไปทางทิศตะวันออกโดยแรงไปตกที่ตำบลสนามไชย ปลายคานหาบยังดันดินไปเป็นเป็นทางยาว จนกลายเป็นลำคลอง เรียกว่าคลองรี (ตำบลสนามไชย คลองรี อยู่ในเขตอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา)ส่วนไม้คานอีกข้างหนึ่ง นายแรงจับพุ่งไปทางทิศตะวันตกข้ามทะเลสาบสงขลา ผ่านบ้านลำปำบ้านควนมะพร้าว ปลายคานหาบไปชนยอดเขาลูกหนึ่งเข้าอย่างจังจนยอดเขาทะลุจึงมีชื่อเรียกว่า“เขาอกทะลุ” อยู่ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงเป็นตราสัญลักษณ์ของเมืองพัทลุงมาจนทุกวันนี้
พ.ศ.๒๔๓๒ (ร.ศ.๑๐๘) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองพัทลุง ทรงกล่าวถึงเขาอกทะลุไว้ในจดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสแหลมมลายูคราว ร.ศ.๑๐๗ แล ๑๐๘ ว่า


“...เขาอกทะลุนั้นที่ยอดเขามีเป็นยอดสูงโดดขึ้นไปอิกชั้นหนึ่ง มีช่องเป็นปากถ้ำกว้าง ปล่องไปทะลุข้างเขาอีกด้านหนึ่งตรงกันเป็นลำกล้องตะแคงแลเห็นฟ้า แลเห็นต้นไม้ตามช่องนั้นได้ ที่ในช่องนั้นว่ากว้างเท่านาอันหนึ่ง นัยหนึ่งว่าช้างสองตัวลอดพร้อมกันได้ ตามที่ว่านี้ยากที่จะเอาแน่ได้ เพราะเป็นที่สูงเหลือที่จะวัดสอบ...”

ที่ตั้ง              ตำบลคูหาสวรรค์  อำเภอเมือง  จังหวัดพัทลุง
พิกัดภูมิศาสตร์   รุ้ง  ๗องศา  ๓๗ลิปดา  ๒๔ฟิลิปดาเหนือ 
แวง  ๑๐๐องศา ๐๔ลิปดา  ๕๓ฟิลิปดา  ตะวันออก
(แผนที่ทหารลำดับชุด  L 7017 ระวาง 5024 III พิมพ์ครั้งที่ 1– RTSD จังหวัดพัทลุง 

พิกัด 47 NPJ 188428 มาตรส่วน 1 : 50,000)
สิ่งสำคัญ
๑. ถ้ำพิมพ์หรือถ้ำเขาอกทะลุ  เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเขาอกทะลุ  ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันตก  กว้างประมาณ ๕เมตร   ลึกประมาณ ๒๐เมตร   ภายในถ้ำแสงส่องสว่างเข้าไปจนถึงตอนบนมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก   กรุพระพิมพ์และสภาพพื้นที่ทั่วไปภายในถ้ำถูกขุดทำลายจากการขุดขี้ค้างคาวของชาวบ้าน  ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์   ได้เคยเสด็จไปขุดพระพิมพ์ดินดิบที่ถ้ำแห่งนี้ เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕และทรงได้นิพนธ์ไว้ในหนังสือ   จดหมายระยะทางไปตรวจราชการแหลมมลายู  ร.ศ.๑๒๑ความตอนหนึ่งว่า
“...เวลาเที่ยง ๔๕ ขึ้นช้างไปประมาณ ๒ เส้น ก็ถึงเขา เลี้ยวเข้าไปตามทุ่งนาอีกประมาณ ๕ เส้น ถึงเชิงเขาปีนขึ้นไป ๔ ฤา ๕ วา  ถึงถ้ำมีรูปพระประกัปฝังดินอยู่มากกว่ามากขุดอยู่จนบ่าย ๒.๓๕ จึงกลับขึ้นช้างไป ได้พระพิมพ์มามาก แต่ยังไม่รู้ว่ารูปอะไรต่ออะไร เพราะเปียกชำรุดดูไม่ได้...”

พระพิมพ์ดินดิบที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงขุดได้ในครั้งนั้นจำนวนหนึ่ง  ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กรุงเทพ ฯส่วนใหญ่เป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี  พระพุทธเจ้าอมิตาภะ  พระศรีศากยะมุนีและสถูป
๒. ถ้ำคุรำ  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของถ้ำพิมพ์ห่างกันประมาณ  ๑.๕ กิโลเมตร  ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันตก  กว้างประมาณ  ๒๐ เมตร  ลึกประมาณ  ๒๐เมตร   ภายในมีถ้ำมีกรุพระพิมพ์ดินดิบ  สมัยศรีวิชัยจำนวนมาก  ปัจจุบันสภาพถ้ำถูกทำลายจากการขุดขี้ค้างคาวและการย่อยหิน
๓.ถ้ำตลับ   ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของถ้ำคุรำห่างกันประมาณ  ๕๐เมตร   ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันตกเป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก   มีหินงอกหินย้อยและแอ่งน้ำสวยงามมาก   ภายในถ้ำมีกรุพระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย  ปัจจุบันถ้ำตลับและถ้ำคุรำเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ถ้ำตลับ   มีการพัฒนาบริเวณหน้าถ้ำสร้างกุฏิที่พักสงฆ์และเจดีย์ประดับกระเบื้องโมเสก  ๑องค์
๔. เจดีย์ยอดเขาจัง   ตั้งอยู่บนยอดเขาจัง  ซึ่งเป็นยอดเขาหนึ่งในภูเขาอกทะลุด้านทิศเหนือ  มีความสูงประมาณ ๒๔๐เมตร   สภาพปัจจุบันทรุดโทรมมาก   เหลือเพียงซากฐานเจดีย์สี่เหลี่ยม  ซึ่งเคยมีการลักลอบขุดค้น  ได้พบแหวนหัวงูและเงินเป็นจำนวนมาก
๕. เจดีย์ยอดเขาอกทะลุ  เล่ากันว่าพ่อหลวงนุ้ยเจ้าอาวาสวัดโคกคีรีกับท่านรักษ์  วัดเดียวกันได้ชักชวนชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาสร้างขึ้นเมื่อ  พ.ศ.๒๔๕๓  การสร้างครั้งนี้พ่อนุ้ยได้นำเอาสำเภาเงินสำเภาทองบรรจุไว้ในเจดีย์ด้วย  ได้ทำสระน้ำเล็กๆ  ไว้กลางกองเจดีย์  เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้มีการสมโภชเจดีย์  มีหนังตะลุงโนราแสดง  ๓วัน๓คืน   ต่อมาไม่นานฟ้าได้ผ่าองค์เจดีย์เหลือแต่ฐาน  ฝ่ายหลวงพ่อนุ้ยกับหลวงพ่อรักษ์ก็ปรึกษากันชักชวนชาวบ้านขึ้นไปก่อเจดีย์ใหม่    เมื่อเสร็จแล้วฟ้าก็ผ่าเจดีย์ลงมาอีก  เพราะเนื่องจากการสร้างเจดีย์ทั้ง  ๒ครั้งไม่ได้ติดสายล่อฟ้า  จนกระทั่ง  พ.ศ.๒๔๕๘หลวงพ่อนุ้ยมรณภาพ   การคิดสร้างเจดีย์บนเขาอกทะลุก็ชะงักไปช่วงหนึ่ง   ต่อมาเมื่อย้ายเมืองพัทลุงตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์  เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ทางคณะพ่อค้าในตลาดพัทลุงได้ร่วมกันคิดที่จะสร้างเจดีย์บนเขาอกทะลุอีก  โดยติดสายล่อฟ้าไว้ด้วย   แต่ขาดพระสงฆ์ที่จะเป็นผู้นำ  จึงทำการสร้างไม่สำเร็จ   เจดีย์เขาอกทะลุจึงถูกทิ้งร้างตราบเท่าปัจจุบัน
เจดีย์บนยอดเขาอกทะลุก่ออิฐถือปูนมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  ขนาด  ๔.๕๐X ๔.๕๐เมตร   รากฐานที่เหลือสูงประมาณ  ๑.๕๐เมตร   ทางทิศเหนือของเจดีย์มีแนวบันไดขึ้นสู่ฐานทักษิณ กว้างประมาณ  ๒เมตร   ฐานทักษิณเดิมปรุด้วยกระเบื้องแต่หักไปหมดแล้ว   ส่วนองค์เจดีย์มีรูปแบบอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด   แต่บางท่านกล่าวว่าคล้ายเจดีย์วัดควนกรวด   กล่าวคือเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง  ฐานทักษิณปรุด้วยกระเบื้องสีเขียว
การกำหนดอายุสมัย      
          สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ (พุทธศตวรรษที่ ๑๒), รัตนโกสินทร์
การประกาศขึ้นทะเบียน
          ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ หน้า ๓๖๙๔ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
ประวัติการอนุรักษ์
          พ.ศ.๒๔๗๘       กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน






ที่ปรึกษา ALicent_IT Facebook > facebook.com/Phadungkiat.Ieadthong 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น